0 Comments

การเลือกเครื่องช่วยฟังที่เหมาะสมกับตัวเองต้องพิจารณาหลายปัจจัยเพื่อให้ได้เครื่องที่ตอบโจทย์ความต้องการของคุณทั้งในแง่การได้ยินและความสะดวกสบายในการใช้งาน ต่อไปนี้คือแนวทางหลักในการเลือกเครื่องช่วยฟัง เพื่อนำไปพิจารณาเลือกซื้อจากยี่ห้อต่างๆ ที่มีในตลาดให้เหมาะสมกับตัวคุณ

ระดับการสูญเสียการได้ยินที่ควรพิจารณาในการเลือกซื้อเครื่องช่วยฟัง

การแบ่งระดับการสูญเสียการได้ยินสามารถทำได้ตามมาตรฐานทางการแพทย์ที่ใช้การทดสอบการได้ยินโดยการวัดระดับความได้ยินในหน่วยเดซิเบล (dB) ซึ่งคุณควรพิจารณาระดับของการสูญเสียการได้ยินก่อนเลือกซื้อเครื่องช่วยฟัง หากคุณยังไม่รู้ว่าจะซื้อยี่ห้อไหนดี คุณสามารถพิจารณาได้ดังนี้ 

  1. การได้ยินเบื้องต้น (Mild Hearing Loss): หากคุณมีการได้ยินที่ลดลงเล็กน้อย คุณอาจต้องการเครื่องช่วยฟังที่มีฟังก์ชันปรับเสียงอัตโนมัติ และสามารถปรับเสียงให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมได้ดี เช่น การพูดคุยในที่เงียบ
  2. การสูญเสียการได้ยินปานกลาง (Moderate Hearing Loss): หากคุณมีการสูญเสียการได้ยินในระดับปานกลาง คุณอาจต้องเลือกเครื่องช่วยฟังที่สามารถปรับเสียงให้ชัดเจนในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงรบกวน เช่น ในห้องที่มีคนพูดคุยกัน
  3. การสูญเสียการได้ยินรุนแรง (Severe to Profound Hearing Loss): สำหรับผู้ที่มีการสูญเสียการได้ยินในระดับรุนแรง อาจจำเป็นต้องใช้เครื่องช่วยฟังที่มีพลังเสียงสูงและเทคโนโลยีการปรับเสียงที่ซับซ้อนเพื่อให้สามารถได้ยินในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงรบกวนมาก เช่น สถานที่แออัดหรือเสียงดัง

เลือกซื้อเครื่องช่วยฟังยี่ห้อที่ปรับตามสภาพแวดล้อมการใช้งาน 

เครื่องช่วยฟังบางรุ่นมีเทคโนโลยีที่ช่วยให้ฟังเสียงในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงรบกวนได้ดีขึ้น หากคุณต้องการใช้งานในสภาพแวดล้อมทางเสียงรูปแบบต่างๆ คุณสามารถพิจารณาและเลือกซื้อเครื่องช่วยฟัง ยี่ห้อต่างๆ ที่มีในตลาด โดยพิจารณาได้จาก

  • การใช้งานในที่เสียงดัง: หากคุณมักจะอยู่ในสถานที่ที่มีเสียงดัง (เช่น ร้านอาหาร, สถานีรถไฟ) ควรเลือกเครื่องที่มีฟังก์ชันการลดเสียงรบกวนหรือเทคโนโลยีที่ปรับเสียงให้ชัดเจนในสภาพแวดล้อมเหล่านั้น
  • การใช้งานในที่เงียบ: ถ้าคุณมักจะอยู่ในที่ที่เงียบๆ และต้องการการฟังที่ชัดเจนในระยะใกล้ เครื่องช่วยฟังที่มีฟังก์ชันการปรับเสียงตามสภาพแวดล้อมจะเหมาะสม

เลือกซื้อเครื่องช่วยฟังยี่ห้อที่มีความสะดวกในการใช้งาน 

  • การควบคุมด้วยแอปพลิเคชัน: เครื่องช่วยฟังบางยี่ห้อสามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนหรืออุปกรณ์บลูทูธ เพื่อให้คุณสามารถปรับการตั้งค่าหรือเสียงได้จากระยะไกลผ่านแอปพลิเคชัน ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการการควบคุมที่สะดวก
  • การใช้งานง่าย: เครื่องช่วยฟังที่มีปุ่มปรับเสียงหรือการตั้งค่าที่เข้าใจง่ายและใช้งานได้สะดวกเป็นสิ่งที่สำคัญ โดยเฉพาะสำหรับผู้สูงอายุหรือผู้ที่ไม่ค่อยชอบใช้อุปกรณ์เทคโนโลยี

เลือกซื้อเครื่องช่วยฟังยี่ห้อที่ให้ความสบายในการสวมใส่ 

  • ขนาดและประเภทของเครื่องช่วยฟัง: เครื่องช่วยฟังมีหลายประเภท เช่น แบบใส่ในหู (in-ear), แบบใส่หลังหู (behind-the-ear) หรือแบบที่อยู่ภายในหู (in-the-canal) แต่ละประเภทมีข้อดีแตกต่างกันไป เช่น
    • แบบใส่หลังหู (BTE): นิยมใช้สำหรับการสูญเสียการได้ยินในระดับปานกลางถึงรุนแรง มีขนาดใหญ่กว่า แต่สามารถให้เสียงที่มีคุณภาพและช่วยฟังได้ดี
    • แบบใส่ในหู (ITE): เหมาะสำหรับการสูญเสียการได้ยินในระดับเบา โดยมีขนาดเล็กและสะดวกในการใช้งาน แต่บางครั้งอาจไม่เหมาะกับผู้ที่มีการสูญเสียการได้ยินในระดับรุนแรง
    • แบบใส่ในช่องหู (CIC): ขนาดเล็กมากและเกือบจะมองไม่เห็น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความสะดวกสบายและไม่ต้องการให้เครื่องช่วยฟังมองเห็น
  • วัสดุและการออกแบบ: ควรเลือกเครื่องช่วยฟังที่มีวัสดุที่ทนทาน และมีการออกแบบที่เหมาะสมกับรูปทรงของหู เพื่อป้องกันไม่ให้รู้สึกไม่สบาย

เลือกซื้อเครื่องช่วยฟังยี่ห้อที่มีฟีเจอร์เสริมและเทคโนโลยี 

  • การเชื่อมต่อบลูทูธ: เครื่องช่วยฟังบางยี่ห้อสามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน โทรศัพท์มือถือ หรืออุปกรณ์บลูทูธอื่นๆ เช่น สตรีมมิ่งเสียงจากเพลงหรือโทรศัพท์ ซึ่งทำให้สะดวกในการฟังเสียงจากโทรศัพท์หรือฟังเพลง
  • ระบบลดเสียงรบกวน: เครื่องช่วยฟังที่มีเทคโนโลยีลดเสียงรบกวนช่วยให้สามารถฟังเสียงได้ชัดเจนในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงรบกวนสูง เช่น สถานที่แออัดหรือห้องที่เสียงสะท้อน
  • การปรับอัตโนมัติ: เครื่องช่วยฟังบางรุ่นสามารถปรับการตั้งค่าเสียงโดยอัตโนมัติตามสภาพแวดล้อมที่คุณอยู่ เช่น ในสถานที่เงียบ หรือในที่มีเสียงรบกวน

ข้อควรพิจารณาอื่นๆ 

อายุการใช้งานของแบตเตอรี่

ปัจจัยที่สำคัญที่หลายคนมักมองข้ามคือ อายุการใช้งานของแบตเตอรี่ ซึ่งมีผลกระทบอย่างมากกับประสิทธิภาพการใช้งานของเครื่องช่วยฟัง อีกทั้งยังส่งผลต่อความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตประจำวันของผู้ใช้งานอีกด้วย โดยหากคุณยังไม่รู้จะซื้อเครื่องช่วยฟังยี่ห้อไหนที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์คุณ คุณสามารถพิจารณาเลือกซื้อได้จากอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ได้ดังนี้

  • แบตเตอรี่แบบรีชาร์จได้: เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการเปลี่ยนแบตเตอรี่อยู่บ่อยๆ โดยสามารถชาร์จเครื่องทุกคืนให้พร้อมใช้งานตลอดทั้งวัน
  • แบตเตอรี่แบบใช้แล้วทิ้ง: เป็นตัวเลือกที่มีราคาถูกกว่า แต่ต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่อยู่เสมอ ซึ่งอาจไม่สะดวกเท่าไรในบางกรณี

ราคาและการประกัน

เครื่องช่วยฟังมีหลากหลายราคา ตั้งแต่รุ่นราคาประหยัดไปจนถึงรุ่นพรีเมียมที่มาพร้อมกับฟังก์ชันขั้นสูง ควรพิจารณางบประมาณที่คุณสามารถใช้จ่ายได้ และอย่าลืมตรวจสอบการประกันและบริการหลังการขายของเครื่องช่วยฟังแต่ละยี่ห้อ เพื่อให้มั่นใจว่าคุณจะได้รับการดูแลเมื่อเครื่องมีปัญหา

คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ

ก่อนตัดสินใจซื้อเครื่องช่วยฟัง ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการได้ยิน เช่น แพทย์หู คอ จมูก ที่สามารถช่วยประเมินระดับการสูญเสียการได้ยินของคุณ และแนะนำเครื่องช่วยฟังที่เหมาะสมกับความต้องการของคุณมากที่สุด

สรุป

การเลือกเครื่องช่วยฟังที่เหมาะสมกับแต่ละคนจำเป็นต้องพิจารณาหลายปัจจัย เช่น ระดับการสูญเสียการได้ยิน สภาพแวดล้อมที่ใช้งาน ความสะดวกในการใช้งาน และฟีเจอร์ต่างๆ ที่คุณต้องการ เช่น การเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนหรือการลดเสียงรบกวนจากสภาพแวดล้อมที่มีเสียงดัง ซึ่งเครื่องช่วยฟังที่ดีควรสามารถปรับเสียงได้อย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพในการช่วยให้คุณได้ยินเสียงชัดเจนในทุกสถานการณ์ และหากคุณยังไม่รู้ว่าจะซื้อเครื่องช่วยฟังยี่ห้อไหนดี หวังว่าบทความนี้จะมีส่วนช่วยคุณในการพิจารณาเลือกซื้อเครื่องช่วยฟังยี่ห้อที่เหมาะสมกับคุณเพื่อช่วยให้คุณสามารถได้ยินอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด